บทที่ 4 รูปภาพในข้อความ

รูปภาพในข้อความ
รูปภาพถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในเอกสาร ช่วยในการสื่อความหมาย และดึงดูดความสนใจของผู้อ่านได้ดีกว่าเอกสารที่มีแต่ข้อความเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นรูปภาพยังช่วยให้ผู้อ่านทำความเข้าใจเอกสารได้ดียิ่งขึ้น
การนำภาพมาใส่ในเอกสาร

การนำภาพมาใส่ในเอกสารของ Word มีอยู่หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำภาพไปใช้งาน

แทรกภาพด้วยการก๊อปปี้ (Copy)
รูปภาพที่สร้างขึ้นมาใน Word หรือที่สร้างเก็บเอาไว้ในไฟล์ จะใช้วิธีการก๊อปปี้ เหมือนอย่างข้อความก็ได้เช่นกัน โดยเปิดโปรแกรมที่จะสร้างรูปภาพนั้น แล้วสร้างรูปหรือเปิดไฟล์รูป (แล้วแต่วิธีของแต่ละโปรแกรม ในตัวอย่างจะเป็นโปรแกรม ACDSee)
1) คลิกเลือกรูปภาพ
2) เลือกคำสั่ง Edit (แก้ไข) > Copy (คัดลอก) หรือคลิกขวา เลือก Copy (คัดลอก)
3) คลิกเมาส์ในตำแหน่งที่จะวางภาพ
4) คลิกขวาแล้วเลือก Past (วาง) หรือเลือกคำสั่ง Edit > Past



ใส่รูปคลิปอาร์ต (Clip Art)
คลิปอาร์ตหรือภาพตัดปะ เป็นภาพสำเร็จรูปที่นำมาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาไปวาดหรือทำเอง โดยจะมีการแยกเป็นหมวดหมู่โดยมีโปรแกรม Clip Organizer เป็นตัวจัดการคลิปอาร์ตเหล่านี้ ทำให้สามารถค้นหารูปที่ต้องการ หรือจัดแยกตามกลุ่มที่ต้องการ วิธีการใส่ภาพคลิปอาร์ตในเอกสาร ทำได้หลายวิธี
วิธีที่ 1 : โดยคำสั่ง Insert Clip Art
1) เลือกคำสั่ง Insert (แทรก) > Picture (รูปภาพ) > Clip Art (ภาพตัดปะ) หรือคลิกปุ่ม Insert Clip Art
2) บนทาสก์เพนของ Clip Art (ภาพตัดปะ) ใส่ข้อความที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพที่ต้องการค้นหาลงในช่อง Search for เช่น Computer หรือระบุประเภทของรูปภาพ เช่น *.jpg แล้วคลิกปุ่ม go (ไป) (ถ้าต่ออินเตอร์เน็ตอยู่ จะได้รูปทั้งในเครื่องและจากเว็บ Office Online ของไมโครซอฟท์ แต่ถ้าไม่ได้ต่ออยู่ก็จะได้แต่รูปที่มีในเครื่องเท่านั้น
3) ในกรอบผลลัพธ์จะแสดงรูปภาพที่ค้นหาได้ ให้คลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการ หรือคลิกเลื่อนสโครล์บาร์ขึ้นลงไปยังภาพอื่น ๆ

วิธีที่ 2 : โดยใช้ Clip Organizer
Clip Organizer คือโปรแกรมย่อยของชุด Office ที่เก็บภาพสำเร็จรูป, ภาพถ่าย, เสียง, ภาพเคลื่อนไหว ตลอดจนไฟล์ที่เป็นมัลติมีเดียต่าง ๆ


1) คลิกที่ Organize clips… (จัดระเบียบภาพตัดปะ…) บนทาสก์เพนของคลิปอาร์ต
2) ในวินโดว์ Microsoft Clip Organizer ทางด้านซ้ายจะแสดง Collection List (รายการคอลเลกชัน) ส่วนทางด้านขวาจะแสดงรายชื่อรูปภาพจากคอลเลกชันที่เลือกทางซ้าย โปรแกรมจะแบ่งคอลเลกชันออกดังนี้
• My Collections คอลเลกชันรูปภาพภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะแสดงโฟลเดอร์ที่มีไฟล์รูปภาพเก็บอยู่
• Office Collections คอลเลกชันรูปภาพที่ถูกติดตั้งมาพร้อมกับโปรแกรม Office 2003
• Web Collections คอลเลกชันรูปภาพที่เก็บอยู่ในเว็บไซต์ Office Online ของไมโครซอฟท์บนอินเตอร์เน็ต
3) คลิกที่ลูกศรข้างรูปแล้วเลือกคำสั่ง Copy (คัดลอก) หรือคลิกที่รูปค้างไว้แล้วลากมาวางบนเอกสารได้
4) คลิกปิด เมื่อไม่ต้องการใช้ Clip Organizer แล้ว
5) คลิกขวาในเอกสารตรงตำแหน่งที่จะวางภาพ แล้วเลือกคำสั่ง Paste (วาง)

วิธีที่ 3 : ใช้รูปภาพออนไลน์ (Clip Art on Office Online)
ในการดาวน์โหลดครั้งแรกจะมีข้อความเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ขึ้นมา ถ้าจะใช้ต่อให้คลิกยอมรับ ทำต่อไปเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนดาวน์โหลดจนสำเร็จ
1) คลิกเลือก Clip art on Office Online (ภาพตัดปะบน Office Online
2) จะเปิดเว็บเพจที่ไมโครซอฟท์เตรียมไว้ให้คลิกเลือกประเภทของรูปที่ต้องการ
3) คลิกเลือกรูปให้ครบตามต้องการ
4) คลิกดาวน์โหลดมาเก็บไว้ที่เครื่อง

หลังจากนั้นโปรแกรมจะติดตั้งรูปไว้ที่ Clip Organizer ในโฟล์เดอร์ชื่อ “คลิปที่ดาวน์โหลดมา”

จัดการรูปภาพ
ภาพที่นำมาใส่ในเอกสารมี 2 ลักษณะคือ In Line With Text (แนวเดียวกับข้อความ) คืออยู่บรรทัดเดียวกับข้อความ เมื่อคลิกภาพจะมีจุดสี่เหลี่ยมสีดำรอบภาพ ภาพแบบนี้จะจัดการอะไรแทบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับข้อความล้อมรอบ หรือหมุนและแบบอื่น ๆ แต่ถ้าอยู่ในลักษณะ เช่น Float Over Text (ข้างหน้าข้อความ) ภาพแบบนี้สามารถจัดข้อความให้อยู่ล้อมภาพได้ เมื่อคลิกที่ภาพจะเห็นจุดกลม ๆ สีขาวรอบภาพแทน

เปลี่ยนขนาดของภาพโดยใช้เมาส์
สำหรับจุดสี่เหลี่ยมหรือวงกลมเล็ก ๆ รอบรูปนั้นมี 8 จุด ใช้เป็นจุดปรับขนาดของรูป
1) คลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการปรับขนาด
2) คลิกลากที่ปุ่มสี่เหลี่ยมเพื่อย่อ/ขยายขนาด (ถ้าจะย่อ/ขยายรูปโดยมีสัดส่วนเหมือนเดิมให้คลิกลากเมาส์ตรงมุมใดมุมหนึ่ง

ปิดบางส่วนของภาพ
ภาพที่ต้องการแสดงเพียงบางส่วนเพื่อเน้นเฉพาะบางจุด หรือตัดรายละเอียดบางส่วนของภาพทิ้งไป อาจใช้วีที่เรียกว่า Cropping (ครอบตัด) เพื่อปิดบางส่วนของภาพนั้นไม่ให้แสดง ซึ่งคล้ายกันกับการนำกระดาษมาวางปิดส่วนที่ไม่ต้องการแสดงไว้ หรือถ้าเกิดเปลี่ยนใจภายหลังให้กลับมาแสดงทุกส่วนก็ทำได้

1) คลิกที่ภาพ
2) คลิกปุ่ม Crop (ครอบตัด) ถ้าไม่เห็นแถบเครื่องมือ Picture (รูปภาพ) ให้คลิกขวาตรงแถบเครื่องมือ แล้วคลิกให้มีเครื่องหมายถูกหน้า Picture (รูปภาพ)
3) คลิกลากปุ่มสี่เหลี่ยมเพื่อปิดในส่วนที่ไม่ต้องการแสดง ถ้าต้องการให้กลับมาแสดงส่วนที่ซ่อนไว้ในภายหลังก็ทำซ้ำด้วยวิธีเดียวกัน เพียงแต่ลากขยายออกไป

ปรับหมุนภาพ
โดยปกติภาพจะมีจุดปรับหมุน เพื่อให้หมุนภาพไปอยู่ในมุมต่าง ๆ แต่ภาพนั้นจะต้องอยู่ลอยเหนือหรือใต้ข้อความด้วย ถ้าเป็นแบบอยู่ในข้อความ (In line with text) จะปรับหมุนไม่ได้

1) คลิกเลือกภาพ ถ้าเป็นภาพแบบที่ไม่ใช่แบบ In line with text อยู่แล้ว (สังเกตจากสีขาวรอบ ๆ) ให้ข้ามไปขั้นที่ 4 เลย
2) คลิกปุ่ม Text Wrapping (การตัดข้อความ)
3) คลิกเลือกแบบใดแบบหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนภาพจากแบบแนวเดียวกับข้อความ (In line with text) เป็นแบบลอยเหนือข้อความ
4) คลิกลากจุดปรับหมุน (ปุ่มเขียว) ให้หมุนเป็นมุมที่ต้องการ (ถ้าจะให้หมุนทีละ 15 องศา ให้กดปุ่ม Shift ค้างไว้
หรืออาจใช้อีกวิธี คือคลิกปุ่ม Draw (รูปวาด) > Rotate or Flip (หมุนหรือพลิก) จากแถบเครื่องมือ Drawing (รูปวาด) แล้วคลิกเลือกคำสั่งต่าง ๆ เพื่อหมุนทีละ 90 หรือ 180 องศา ได้แก่
• Rotate Left (หมุนซ้าย)
• Rotate Right (หมุนขวา)
• Flip Horizontal (พลิกแนวนอน)
• Flip Vertical (พลิกแนวตั้ง) หรือ
• Free Rotate ที่จะขึ้นสีเขียวที่มุมทั้งสี่ด้านของรูปให้คลิกจับหมุนได้โดยอิสระ

ปรับสี ค่าความต่าง และความสว่างของภาพ
ภาพที่นำมาใช้ในเอกสาร สามารถปรับแต่งสีและความสว่างได้อย่างง่าย ๆ โดยไม่ต้องเลือกใช้โปรแกรมตกแต่งภาพที่ซับซ้อน
1) คลิกภาพที่จะปรับ
2) คลิกปุ่ม Color (สี)
3) เลือกรูปแบบสีที่ต้องการ



4) คลิกปุ่ม More Contrast (เพิ่มความคมชัด) เพื่อปรับความต่างของสีให้มากขึ้นหรือน้อยลง คลิก 1 ครั้งก็จะปรับ 1 ระดับ
5) คลิกปุ่ม More Brightness (เพิ่มความสว่าง) หรือปุ่ม Less Brightness (ลดความสว่าง) เพื่อเพิ่มหรือลดความสว่างของภาพ คลิก 1 ครั้งก็จะปรับ 1 ระดับ

จัดวางรูปภาพร่วมกับข้อความ (Text Wrapping)
ภาพที่นำมาใช้ประกอบข้อความในเอกสารสามารถจัดให้ดูสวยงามขึ้น โดยให้ข้อความอยู่ล้อมภาพในแบบต่าง ๆ ดังนี้

1) คลิกที่ภาพ
2) คลิกปุ่ม Text Wrapping (การตัดข้อความ)
3) คลิกเลือกแบบการวางข้อความล้อมรูป (ห้ามเลือกเป็นแบบอยู่บรรทัดเดียวกับข้อความ หรือ In line with text เพราะจะปรับข้อความล้อมรูปไม่ได้)
• Square (จัตุรัส) ล้อมรูปเป็นกรอบสี่เหลี่ยม
• Tight (ล้อมรอบ) ล้อมไปตามแนวโค้งของรูป
• Behind text (ข้างหลังข้อความ) ซ้อนรูปไว้ด้านหลังข้อความ
• In Front of Text (ข้างหน้าข้อความ) ซ้อนรูปไว้ด้านหน้าข้อความ
• Top and Bottom (บนและล่าง) จัดข้อความอยู่เหนือและใต้รูป
• Through (ทะลุผ่าน) คล้ายแบบล้อมรอบ แต่จะจัดข้อความตรงที่ว่างในรูปด้วย
4) ถ้าภาพนั้นเป็นแบบอยู่บรรทัดเดียวกับข้อความ ก็จะเปลี่ยนเป็นแบบที่ลอยอยู่เหนือข้อความแทน คลิกลากเมาส์ที่รูปเพื่อย้ายไปยังตำแหน่งที่ต้องการ

การเคลื่อนย้ายรูปภาพ
ภาพที่เป็นแบบลอยอยู่เหนือข้อความ (ไม่ใช่ In line with text) เวลาเคลื่อนย้าย จะใช้วิธีคลิกลากรูปภาพไปวางในตำแหน่งที่ต้องการ แต่ถ้าภาพอยู่บรรทัดเดียวกับข้อความ (In line with text) เวลาย้ายก็ต้อยย้ายไปวางบนบรรทัดเหมือนกับรูปภาพนั้นเป็นตัวอักษรตัวหนึ่ง ไม่สามารถวางภาพซ้อนทับกันได้

จัดลำดับซ้อนทับของภาพ
การนำรูปภาพมาใช้ประกอบในเอกสารนั้นไม่ได้จำกัดว่าจะต้องอยู่ข้าง ๆ ข้อความเท่านั้น คือ อาจอยู่เป็นฉากหลังหรืออยู่ด้านหน้าหรือซ้อนทับกับภาพอื่น ๆ ซึ่ง Word ได้จัดเตรียม “ระดับชั้น” (layer) ต่าง ๆ ไว้ให้ 4 ระดับชั้น

1) คลิกขวาที่รูปภาพ แล้วเลือกคำสั่ง Order (ลำดับ) รูปที่เลือกต้องไม่ใช่แบบ In Line With Text
2) เลือกคำสั่งย่อย ดังนี

• Bring to Front (นำไปไว้ข้างหน้าสุด) รูปที่เลือกจะอยู่ด้านบนสุดของทุก ๆ รูปที่อยู่ในชั้นเดียวกันนั้น
• Send to Back (ย้ายไปไว้ข้างหลังสุด) รูปที่เลือกจะอยู่ด้านล่างสุดของทุก ๆ รูปที่อยู่ในชั้นเดียวกันนั้น
• Bring Forward (นำไปข้างหน้า) รูปที่เลือกจะเขยิบหรือเลื่อนขึ้นมาหนึ่งขั้นในระดับชั้นเดิม
• Send Backward (ย้ายไปข้างหลัง) รูปที่เลือกจะเขยิบหรือเลื่อนลงไปหนึ่งขั้นในระดับชั้นเดิม
• Bring in Front of Text (นำไปไว้หน้าข้อความ) เลื่อนรูปที่เลือกไปอยู่หน้าสุดของระดับชั้นเหนือข้อความ
• Send Behind Text (ย้ายไปไว้หลังข้อความ) เลื่อนรูปที่เลือกไปอยู่หลังสุดของระดับชั้นใต้ข้อความ
จัดภาพเป็นกลุ่มและยกเลิก
ภาพบางภาพอาจประกอบด้วยภาพย่อย ๆ หลายภาพรวมกันเป็นกลุ่มของภาพ การที่จะเคลื่อนย้ายภาพทั้งกลุ่มได้สะดวกขึ้น และแน่ใจว่าภาพเหล่านั้นอยู่ด้วยกันเสมอ จึงควรกำหนดให้ภาพเหล่านั้นอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

1)เลือกภาพต่าง ๆ ที่จะจัดเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยกด Shift ค้างไว้และคลิกทีละรูปจนครบ (ทุกภาพต้องเป็นแบบที่ไม่ใช่ In Line With Text ไม่เช่นนั้นจะนำไปรวมกลุ่มกับภาพอื่นไม่ได้
2) คลิกขวาบนภาพ แล้วเลือก Grouping (การจัดกลุ่ม) > Group (จัดกลุ่ม)
3) ภาพต่าง ๆ ที่ได้เลือกจะถูกจัดให้เป็นกลุ่มเดียวกัน เมื่อต้องการแยกภาพเหล่านั้นออกจากกัน ให้คลิกขวาที่ภาพนั้นและเลือกคำสั่ง Grouping (การจัดกลุ่ม) > Ungroup (ยกเลิกการจัดกลุ่ม)

ลบรูปภาพ
1) คลิกเลือกภาพที่ต้องการลบ และถ้าลบทีละหลาย ๆ ภาพให้กดปุ่ม Shift ค้างไว้และคลิกเลือกทีละรูป
2) กดปุ่ม Delete หรือคลิกปุ่ม Cut (ตัด) ที่แถบมาตรฐาน

ใส่กรอบรูปภาพ
สามารถใส่ขอบและเงาให้กับรูปภาพได้เช่นเดียวกับข้อความโดยคลิกเลือกภาพ แล้วคลิกปุ่ม Outside Border (เส้นขอบนอก) บนแถบเครื่องมือ Formatting (จัดรูปแบบ) แต่จะใช้ได้เฉพาะกับรูปภาพที่อยู่บรรทัดเดียวกับข้อความเท่านั้น หากเป็นรูปภาพแบบลอยเหนือข้อความหรือแบบอื่น ๆ ให้เลือกเส้นจากปุ่ม Line Style (ลักษณะเส้น) บนแถบเครื่องมือ Picture (รูปภาพ) ได้ และถ้าคลิกที่ More Line (เส้นเพิ่มเติม) จะสามารถเลือกสีและลักษณะของเส้นเพิ่มเติมได้

พิมพ์ลายน้ำ (Watermark)
เอกสารบางฉบับ อาจต้องการใส่ข้อความที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร เช่น “Confidential” (“ลับเฉพาะ”) หรือ “Do Not Copy” (“ห้ามสำเนา”) ให้ปรากฏข้างหลังข้อความในเอกสาร และยังใส่รูปภาพเป็นลายน้ำได้อีกด้วย

1) เลือกคำสั่ง Format (รูปแบบ) > Background (พื้นหลัง) > Printed Watermark (พิมพ์ลายน้ำ)
2) คลิกที่ Text watermark (ลายน้ำข้อความ) เพื่อใส่ข้อความเป็นลายน้ำ ถ้าต้องการใส่ภาพ ให้เลือก Picture watermark (ลายน้ำรูปภาพ) เพื่อใส่รูปภาพเป็นลายน้ำ และคลิกปุ่ม Select Picture… (เลือกภาพ) เพื่อเลือกภาพที่ต้องการ

3) กำหนดตัวเลือกเพิ่มเติม
• Text (ข้อความ) เลือกข้อความที่ต้องการ
• Font (แบบอักษร) เลือกฟอนต์ข้อความ
• Size (ขนาด) ขนาดของข้อความ
• Color (สี) สีข้อความ และเลือก Semitransparent (กึ่งโปร่งใส)
• Layout (เค้าโครง) เลือกการวางข้อความ Diagonal วางแบบเส้นทะแยง, Horizontal วางแนวนอน
4) คลิกปุ่ม OK (ตกลง)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s